วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


วิธีการ config AccessPoint D-link DIR-600

1.ต้องเอาสาย lan เสียบต่อระหว่างโมเด็ม กับ ตัว router ที่ซื้อมาก่อนเพราะ router ตัวนี้ไม่มีโมเด็มในตัว
2. เปิด browser แล้วใส่ 192.168.1.1 เพื่อเข้าไปกำหนดค่าต่างๆของ router ให้สามารถแชร์ wireless ได้ ทำตามคู่มือ
DIR-600 IP : 192.168.0.1 use=admin password ให้ว่างๆไว้
ถ้าไม่ได้ให้กดปุ่ม reset ที่ตัว router ก่อนสัก 2-3 วินาที แล้วลองใหม่ถ้าเข้าได้แล้ว ให้ทำตามคู่มือที่ให้มากับตัว router
การตั้งค่า Password ในการเชื่อมต่อ Wireless ให้เข้าไปตั้งในเมนู Wireless เลือก Security ใช้เป็น WEP 64 Bit ก็กำหนดค่าตัวเลข 0-9 หรือ ตัวอักษร A-F และตั้งรวมทั้งตัวอักษรและตัวเลขไม่เกิน 10 ตัว

เครือข่ายไร้สายความเร็วสูง
สร้างเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงสำหรับบ้านของคุณโดยใช้ D - Link Wireless Router 150 เชื่อมต่อ DIR - 600 ไปยังโมเด็มแบบไร้สายความเร็วสูงและส่วนแบ่งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและเพลิดเพลินกับการท่องเว็บ, การตรวจสอบ e - mail และสนทนากับครอบครัวและเพื่อนออนไลน์ เราเตอร์จะใช้เทคโนโลยีไร้สาย 150 ซึ่งมีความเร็วเพิ่มขึ้นและช่วงกว่ามาตรฐาน 802.11g / b *. มันมี NAT (เครือข่ายการแปลที่อยู่) ซึ่งทำให้ผู้ใช้หลายคนเพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยใช้งานร่วมกันอยู่ IP เดียว DIR - 600 ยังได้รวมรวม 4 - Port Ethernet 10/100Base-TX สวิทช์ที่ช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแบบมีสาย
การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายไร้สายของคุณ
DIR - 600 รวมถึงในตัวไฟร์วอลล์ที่ป้องกันเครือข่ายของคุณจากการโจมตีที่เป็นอันตราย มันช่วยลดภัยคุกคามของแฮกเกอร์และป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเข้าสู่เครือข่ายของคุณ คุณลักษณะด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมรวมถึงการตรวจสอบ Stateful Packet ไฟร์วอลล์ (SPI) ที่ช่วยวิเคราะห์การเข้าชมเครือข่ายและการควบคุมโดยผู้ปกครองที่ป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ดูเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม DIR - 600 ยังรองรับ WEP, WPA, WPA2 และการเข้ารหัสเพื่อให้การจราจรในเครือข่ายของคุณให้ปลอดภัย
การประกันความเข้ากันได้
DIR - 600 ให้การเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบไร้สายอื่น ๆ 150 หรือ 802.11n อุปกรณ์และสามารถเข้ากันได้กับ 802.11b / g, มั่นใจเข้ากันได้กับระดับความหลากหลายของอุปกรณ์ไร้สาย DIR - 600 รวมถึงสี่พอร์ตอีเธอร์เน็ตพร้อมให้คุณเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้อีเธอร์เน็ตเซิร์ฟเวอร์พิมพ์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ


ง่ายต่อการติดตั้งและใช้
กับ D - Link Router Quick Setup Wizard, คุณสามารถตั้งค่าเครือข่ายไร้สายของคุณในไม่กี่นาที ตัวช่วยสร้างจะแนะนำคุณผ่านง่ายที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนการติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่ของคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายของคุณและเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ มันจะกำหนดค่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตการตั้งค่า (ISP) ได้อย่างรวดเร็วสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง นอกจากนี้ DIR - 600 เป็น Wi - Fi Protected Setup ™ (WPS) ได้รับการรับรอง, ทำให้ง่ายยิ่งขึ้นในการกำหนดค่าเครือข่ายไร้สายของคุณและเปิดใช้งานการรักษาความปลอดภัย

D-Link DIR-600/E
ความเร็ว 150Mbps
ประเภท Wireless LAN Access Point
มาพร้อมเสาอากาศที่ถอดเปลี่ยนได้ 1 ต้น
มีพอร์ต 4 พอร์ต UTP รองรับความเร็ว 10/100Mbps, Auto-MDI-X
มีพอร์ต 1 พอร์ต UTP รองรับความเร็ว 10/100Mbps สำหรับต่อ ADSL หรือ Cable Modem
รองรับ Virtual Server, DMZ-port Support
ฟังก์ชันการทำงาน NAT, L2TP & PPTP & IPSec pass-through for VPN, DHCP Server, UPnP Feature, SPI ( Shameful Packet Inspection)
รองรับระบบจัดการ Web Management
ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 64/128-bit WEP, WPA and WPA2
Desktop Wireless Access Point with Broadband Internet Router, Wi-Fi certified, Windows 7 Certified

Manual + Power Supply + Software CD Included


Credit  : http://www.pcresource.co.th/compute

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

หลักการทำงานในการแสดงผลของภาษา PhP

คุณสมบัติการแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะHTML ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์ สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์สามารถอ่าน ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต ความสามารถการประมวลผลหลักของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะCGI คุณสมบัติอื่นเช่น การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน ยูนิกซ์หรือลีนุกซ์) หรือ Task Scheduler (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้

การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล HTML แต่ยังสามารถสร้าง XHTML หรือ XML ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก PDF แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากในการทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร XML เรารองรับมาตราฐาน SAX และ DOM สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML

เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรมทำธุรกรรมทางการเงิน



Credit :http://forum.datatan.net/index.php?topic=151.msg151

หลัการทำงานในการใช้ตัวแปรในภาษา PHP

หลัการทำงานในการใช้ตัวแปรในภาษา PHP
สำหรับการเขียนโปรแกรมสำหรับภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง สิ่งที่จะขาดเสียมิได้คือ การกำหนดและใช้ตัวแปร (variable) ตัวแปรในภาษา PHP จะเหมือนกับในภาษา Perl คือเริ่มต้นด้วยเครื่องหมาย dollar ($) โดยเราไม่จำเป็นต้องกำหนดแบบของข้อมูล (data type) อย่างเจาะจงเหมือนในภาษาซี เพราะว่า ตัวแปลภาษาจะจำแนกเองโดยอัตโนมัติว่า ตัวแปรดังกล่าว ใช้ข้อมูลแบบใด ในช่วงเวลานั้นๆ เช่น ข้อความ จำนวนเต็ม จำนวนที่มีเลขจุดทศนิยมตรรก เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน เช่น
$mystring = "Hello World!";
$myinteger = 1031;
$myfloat = 3.14;
ถ้าเราต้องการจะแสดงค่าของตัวแปร ก็อาจจะใช้คำสั่ง echo ได้ ตัวอย่างเช่น
echo "$mystring ";
echo "$myinteger ";
echo "$myfloat ";
สัญลักษณ์ หมายถึงการขึ้นบรรทัดใหม่ เป็น escape character ตัวหนึ่ง (สำหรับตัวอื่นๆ โปรดดูในตาราง) เมื่อพิมพ์ข้อความเป็นเอาพุต และโปรดสังเกตว่า สำหรับการใช้งานภายในเอกสาร HTML การขึ้นบรรทัดใหม่โดยใช้ จะแตกต่างจากการขึ้นบรรทัดโดยใช้
ใน HTML
$mystring = "Hello World!";
$myinteger = 1031;
$myfloat = 3.14;
echo "$mystring
";
echo "$myinteger
";
echo "$myfloat
";
?>
Escaped characters
newline
carriage
\t horizontal tab
\\ backslash
\$ dollar sign
\" double-quote
%% percent

ตัวแปรตัวหนึ่ง อาจจะมีข้อมูลหลายแบบในช่วงเวลาที่ต่างกัน แต่การจะใช้งานบ้างครั้งจะต้องดูด้วยว่า เมื่อไหร่จะใช้เป็นตัวเลขเท่านั้น และไม่ใช้กับข้อความเป็นต้น ตัวอย่างเช่น
$x = 10;
$y = $x + 15.5;
echo "$x, $y ";
$x = "abc";
echo "$x ";
$z = $x + 15.5;
echo "$x, $z ";
echo ("100.5" - 16);
echo (0xef + 007);
?>
ในกรณีนี้ เรากำหนดในตอนแรกว่า $x ให้เก็บค่า 10 ซึ่งเป็นจำนวนเต็ม ถ้าเรานำมาบวกกับ 15.5 ผลที่ได้ก็จะเป็น 25.5 ซึ่งกลายเป็นเลขทศนิยม แล้วเก็บไว้ในตัวแปร $y ต่อมากำหนดให้ตัวแปร $x เก็บสตริงค์ที่เก็บข้อความ "abc" ถ้าเรานำมาบวกกับ 15.5 กรณีนี้ก็จะให้ผลที่ได้ไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่สามารถนำข้อความมาบวกกับตัวเลขได้
แต่ PHP อนุญาตให้เราทำเช่นนั้นได้ในบางกรณี สมมุติว่า สตริงค์มีเฉพาะตัวเลขและสามารถเปลี่ยนเป็น เลขจำนวนเต็ม หรือจำนวนจริงได้โดยอัตโนมัติ เราก็นำสตริงค์ นี้มาบวกลบคูณหรือหารกับตัวแปรที่เก็บเป็นตัวเลขได้
ค่าคงที่สำหรับเลขจำนวนเต็ม อาจจะอยู่ในรูปของเลขฐานแปดหรือสิบหกก็ได้ ถ้าเป็นเลขฐานแปดจะมีเลขศูนย์นำ ถ้าเป็นเลขฐานสิบหกจะมี 0x นำหน้า

Credit :http://www.thaiems.net/index.php?option=com_content&task=view&id=33&Itemid=42

หลักการทำงานของ PHP

หลักการทำงานของ PHP
เครื่องลูกข่ายจะร้องขอมายัง Web Server ที่มี Script เป็น PHP จากนั้น Script PHP จะทำการประมวลผลข้อมูล ที่ร้องขอเข้ามา ในบ้างครั้งมีการติดต่อ หรือดึงข้อมูลจาก Database ก็จะมีการส่งข้อมูลไปดึงข้อมูลมาประมวลผล เมื่อมีการประมวลผลเสร็จแล้วก็ส่งข้อมูลกลับไปยังเครื่องลูกข่ายที่ร้องข้อข้อมูลเข้ามา

การทดสอบภาษา PHP
สำหรับการทดสอบภาษา php ง่ายๆ ครับเพียงแค่เขียนคำสั่งเพียงบรรทัดเดียวเราก็สามารถรู้ได้ว่า ที่เว็บเซิร์ฟเวอร์หรือโฮสติ้งนั้นรองรับภาษา php หรือไม่ โดยการการพิมพ์โด้ค PHP

Credit :http://click065.multiply.com/reviews/item/9

ความหมายของ PHP

PHP ในปัจจุบัน Web site ต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว อาทิเช่น เรื่องของความสวยงามและแปลกใหม่, การบริการข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัย,เป็นสื่อกลางในการติดต่อ และสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่ง อได้ว่าเป็นการปฏิวัติรูปแบบการ ขายของก็คือ E-commerce ซึ่งเจ้าของสินค้าต่างๆ ไม่จำเป็น ต้องมีร้านค้าจริงและไม่จำเป็นต้องจ้างคนขายของอีกต่อไปร้านค้าและตัวสินค้านั้น จะไปปรากฏอยู่บน Wed site และการซื้อขายก็เกิดขึ้นบนโลกของ Internet แล้ว PHP ช่วยเราให้เป็นการพัฒนา Web site และความสามารถที่โดดเด่นอีกประการ-หนึ่งของ PHP นั้น คือ database-enabled web page ทำให้เอกสารของ HTML สามารถที่ จะเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูล (database)ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จึงทำให้ ความตองการในเรื่องการจัดรายการสินค้าและรับรายการสั่งของตลอดจนการจัดเก็บ ข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญผ่านทาง Internet เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

PHP เป็นภาษาจำพวก scripting language คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่า สคริปต์ (script) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปลชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript, Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถสอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเอกสารแบบ Dynamic HTML ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น

เนื่องจากว่า PHP ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัว Web Server ดังนั้นถ้าจะใช้ PHP ก็จะต้องดูก่อนว่า Web server นั้นสามารถใช้สคริปต์ PHP ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น PHP สามารถใช้ได้กับ Apache WebServer และ Personal Web Server (PWP) และ OMNIHTTPD สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 95/98/NT
ในกรณีของ Apache เราสามารถใช้ PHP ได้สองรูปแบบคือ ในลักษณะของ CGI และ Apache Module ความแตกต่างอยู่ตรงที่ว่า ถ้าใช้ PHP เป็นแบบโมดูล PHP จะเป็นส่วนหนึ่งของ Apache หรือเป็นส่วนขยายในการทำงานนั่นเอง ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าแบบที่เป็น CGI เพราะว่า ถ้าเป็น CGI แล้ว ตัวแปลชุดคำสั่งของ PHP ถือว่าเป็นแค่โปรแกรมภายนอก ซึ่ง Apache จะต้องเรียกขึ้นมาทำงานทุกครั้ง ที่ต้องการใช้ PHP ดังนั้น ถ้ามองในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้ PHP แบบที่เป็นโมดูลหนึ่งของ Apache จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ลักษณะเด่นของ PHP

- ใช้ได้ฟรี
- PHP เป็นโปร แกรมวิ่งข้าง Sever ดังนั้นขีดความสามารถไม่จำกัด
- Conlatfun-นั่นคือPHP วิ่งบนเครื่อง UNIX,Linux,Windows ได้หมด
- เรียนรู้ง่าย เนืองจาก PHP ฝั่งเข้าไปใน HTML และใช้ดครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาง่ายๆ
- เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมือใช้กับ Apach Xerve เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก
- ใช้ร่วมกับ XML ได้ทันที
- ใช้กับระบบแฟ้มข้อมูลได้
- ใช้กับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้กับโครงสร้างข้อมูลใช้ได้แบบ Scalar,Array,Associative array
- ใช้กับการประมวลผลภาพได้

Credit : http://gotoknow.org/blog/skvk-php/142621

หลักการทำงานของPHP

เนื่องจาก PHP จะทำงานโดยมีตัวแปลและเอ็กซิคิวต์ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ อาจจะเรียกการทำงานว่าเป็นเซิร์ฟเวอร์ไซด์
( Server Side ) ส่วนการทำงานของบราวเซอร์ของผู้ใช้เรียกว่าไคล์เอ็นต์ไซด์ ( Client Side )
โดยการทำงานจะเริ่มต้นที่ผู้ใช้ส่งความต้องการผ่านเว็บบราวเซอร์ทาง HTTP ( HTTP Request )
ซึ่งอาจจะเป็นการกรอกแบบฟอร์ม หรือใส่ข้อมูลที่ต้องการ ข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นเอกสาร PHP เมื่อเอกสาร PHP
เข้ามาถึงเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะถูกส่งไปให้ PHP เพื่อทำหน้าที่แปลคำสั่งแล้วเอ็กซิคิวต์คำสั่งนั้น หลังจากนั้น PHP
จะสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบเอกสาร HTML ส่งกลับไปให้เว็ปเซิร์ฟเวอร์เพื่อส่งต่อไปให้บราวเซอร์แสดงผลทางฝั่งผู้ใช้ต่อไป
(HTTP Response) ซึ่งลักษณะงานแบบนี้จะคล้ายกับการทำงานของ CGI ( Common Gateway Interface )
หรืออาจจะกล่าได้ว่า PHP ก็คือโปรแกรม CGI ประเภทหนึ่งก็ได้ซึ่งจะทำงานคล้ายกับ ASP นั่นเอง


Credit : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=jang-jitty&group=10

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สิ่งที่ได้ในการสร้างฟอร์ม

รู้วิธีการสร้างแบบฟอร์มและคำสั่งต่างๆที่จะใช้ในการกรอกแบบฟอร์ม
และรู้วิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดกับการกรอกข้อมูลเช่นทำยังไงถึงจะเติมรหัสให้เป็นอกษรได้และการกำหนดค่าของคำสั่งต่างๆ
เช่นการพิมพ์ชื่อโดยการใส่คำนำหน้าชื่อจะทำอย่างไรและถ้าไม่ต้องการที่จะพิมพ์จะคัดลอกมาจะใช้วิธีไหน
เช่นการที่เราอยากจะเอาภาพมาใส่ด้วยทำได้โดยวิธีไหนบ้างก็จะยกตัวอย่งง่ายๆนะค่ะ
การต้องการเอาภาพมาใส่ทำได้โดย
ไปที่ Insert และ form และคลิกที่ File Fireld และยังมีอีกหลายวิธีทีเราสามารถทำได้เช่นการกำหนดให้รับค่าเแพาะตัวเลข
และการใส่รายละเอียดให้พาสเวร์ดค่ะ
และที่สำคัญนะค่ะคือการเรียนรู้ด้วยตัวเองถึงแม้เราจะไม่รู้คำสั่งใดๆเลยก็ตามค่ะ